ควันหลงจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ผ่านมายังไม่จางหาย แต่ดูเหมือนว่า “ชมรมนักอ่าน” จะถูกจุดพลุขึ้นอีกครั้ง เมื่อคุณธนวัฒน์ พงษ์ไพรินทร์ นักเขียนรุ่นใหม่ไฟแรง เจ้าของผลงานนวนิยายเรื่อง “พลิกปริศนา” ได้ประกาศโครงการพิเศษที่หลายคนจับตามอง นั่นคือ “ชวนอ่าน ชวนคุย” ซึ่งจะจัดขึ้นทุกวันเสาร์ที่สามของเดือน ณ CMLitFest Auditorium ย่านใจกลางเมือง โครงการนี้ไม่เพียงเปิดโอกาสให้แฟนนิยายเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักเขียนคนโปรดเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับคนรักการอ่านได้มาทำความรู้จักกัน สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการวรรณกรรมไทย
เบื้องหลังแนวคิดริเริ่มครั้งนี้ คุณธนวัฒน์เผยว่า ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา ตลาดหนังสือเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การเชื่อมโยงระหว่างนักอ่านด้วยกัน และระหว่างนักอ่านกับนักเขียนกลับยังไม่แน่นแฟ้นเท่าที่ควร เขาเล็งเห็นว่า “เสน่ห์ของการเข้าร่วมชมรมนักอ่านเพื่อขยายมุมมองและสร้างมิตรภาพใหม่” นั้นมีพลังมหาศาล จึงอยากสร้างพื้นที่ที่ปลอดโปร่ง เป็นกันเอง เพื่อให้ทุกคนได้มาแบ่งปันประสบการณ์การอ่านอย่างอิสระ โครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การวิจารณ์วรรณกรรม แต่เป็นการเปิดประตูสู่โลกใบใหม่ของการเรียนรู้
กิจกรรมประจำเดือน “ชวนอ่าน ชวนคุย” ครั้งแรก จะเริ่มต้นขึ้นในวันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคมนี้ โดยจะพูดคุยถึงนวนิยายที่ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปีล่าสุด ซึ่งจะมีการเชิญนักวิจารณ์วรรณกรรมและนักอ่านจากชมรมต่างๆ มาร่วมแสดงทรรศนะ เพื่อให้การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นไปอย่างรอบด้านและเข้มข้น คุณศิริพร บุญเสริม นักอ่านอาวุโสจากชมรมนักอ่านอิสระ ให้ความเห็นว่า “นี่คือโอกาสทองสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากเข้าบุ๊กคลับ หรือแค่มาหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ”
ผลตอบรับเบื้องต้นจากโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นอย่างสูง บัตรเข้าร่วมงานรอบแรกถูกจองเต็มภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง และมีข้อความสอบถามเข้ามาอย่างไม่ขาดสายเกี่ยวกับรอบเพิ่มเติม คุณธนวัฒน์เองก็รู้สึกประหลาดใจกับกระแสตอบรับที่ดีเกินคาด และกำลังพิจารณาขยายจำนวนครั้งของกิจกรรมหรือเพิ่มพื้นที่จัดงาน เพื่อรองรับจำนวนนักอ่านที่สนใจให้ได้มากที่สุด
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ตอกย้ำว่า ชมรมนักอ่านไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มคนที่รวมตัวกันเพื่ออ่านหนังสือเท่านั้น แต่ยังเป็นเสาหลักที่ช่วยจุดประกายและขับเคลื่อนวงการวรรณกรรมให้ก้าวหน้า ความสำเร็จของโครงการ “ชวนอ่าน ชวนคุย” นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแวดวงนักอ่าน โดยเฉพาะการสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคตอันใกล้
สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือ ชมรมนักอ่านทั่วประเทศจะปรับตัวและพัฒนาไปในทิศทางใด เพื่อตอบรับกระแสความต้องการเหล่านี้ ชวนให้คิดว่า เรากำลังจะได้เห็นกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นและสร้างสรรค์จากชมรมอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย ซึ่งจะทำให้การอ่านเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น และสร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นวัฒนธรรมการอ่านที่หยั่งรากลึกในสังคมไทย


